วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สำรวจตัวเอง ก่อนรับบททนายความ หรือนักกฎหมาย ซึ่งเป็นหัวข้อที่ ๑

                     เริ่มตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม ดูซิว่ามีอะไรยังไม่ครบบ้าง เมื่อขึ้นศาลและเข้าอยู่ในบัลลังก์ต่อหน้าศาล ทนายความเป็นอาชีพที่มีเครื่องแบบที่มากที่สุดก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่ใส่เชิ้ตผูกเน็คไท และก็เสื้อสูตร ตามด้วยเสื้อครุย ส่วนทรงผมของทนายความนั้นต้องเรียบร้อย ไว้ผมยาวก็ได้ไม่มีใครว่า แต่ต้องเรียบร้อยดูสะอาดตาไม่รกรุงรัง เสื้อเชิ๊ตสีอ่อน ไม่ฉุดฉาด ส่วนเน็กไทสีเข้ม แสดงให้รู้ว่าเป็นทนายความมาไม่นานจะได้รับความเอ็นดูจากศาล อัยการ และทนายอาวุโส ส่วนเน็คไทหลากสีเป็นทนายเก่า เก๋า ขึ้นว่าความมานาน ส่วนกางเกง กับสูตรก็สีเข้ม รองเท้าก็หุ้มส้นสีเข้ม ส่วนจะเปลี่ยนจากชุดเสื้อเชิ้ตเป็นชุดอย่างอื่นก็ได้ เป็นไปตามที่สภาทนายความระบุไว้ แต่เท่าที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้เห็น
                      ทนายความใช่ว่าจะว่าความที่ศาลอย่างเดียว งานนอกศาลก็สำคัญไม่น้อยคือการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบุคคลทั่วไป บริษัทห้างร้านต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการเป็นทนายความที่เก่ง และเอาตัวรอดกับสังคมในยุคนี้ก็คือ ต้องเก่งทั้งในศาลและนอกศาล
                      สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ หรือใบอนุญาตให้ว่าความนั้นเอง ขาดไม่ได้ ขืนขึ้นศาลทำหน้าที่ทนายความโดยไม่มีใบอนุญาตละก็มีความผิดมีโทษจำคุกด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แนวทางการดำเนินคดีแพ่งของทนายความหรือนักกฎหมาย


               แนวทางนี้ผมจะขออธิบายขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่งของทนายความ หรือ นักกฎหมายอย่างละเอียด ซึ่งจะแบ่งเป็นข้อ ๆ มีดังนี้ ก็ขอให้ติดตามกันนะครับมีประโยชน์อย่างมากจริง ๆ
                ข้อ ๑. สำรวจตัวเอง ก่อนรับบททนายความ หรือนักกฎหมาย
                ข้อ ๒. การสอบข้อเท็จจริง และการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับหลักกฎหมาย
                ข้อ ๓. การบอกกล่าวทวงถาม และมีหนังสือบอกกล่าวทวงถาม หรือโนติสนั้นเอง
                ข้อ ๔. การเขียนคำฟ้อง
                ข้อ ๕. การเขียนคำให้การ
                ข้อ ๖. การเขียนคำให้การพร้อมฟ้องแย้ง
         ข้อ ๗. การยื่นคำฟ้องและการยื่นคำให้การ
                ข้อ ๘. สิ่งที่ต้องทำหลังจากยื่นคำฟ้องหรือคำให้การแล้ว
                ข้อ ๙. การขาดนัดยื่นคำให้การ
                ข้อ ๑๐. การเตรียมตัวก่อนการชี้สองสถาน (ถ้ามี)
                ข้อ ๑๑. การเตรียมตัวก่อนวันสืบพยาน
                ข้อ ๑๒. การยื่นบัญชีระบุพยาน
                ข้อ ๑๓. การขอหมายเรียกพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุ
                ข้อ ๑๔. การยื่นพยานต่าง ๆ แก่ศาล
ข้อ ๑๕. การเสนอประเด็นข้อพิพาทต่อศาล
ข้อ ๑๖. การซ้อมพยาน หรือการเตรียมพยานก่อนเบิกความ
ข้อ ๑๗. การตรวจสอบพยานต่าง ๆ ก่อนส่งแก่ศาล
ข้อ ๑๘. การขอรวมการพิจารณา
ข้อ ๑๙. การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในศาล
ข้อ ๒๐. การขอเลื่อนคดี
ข้อ ๒๑. การประนีประนอมยอมความ
ข้อ ๒๒. การซักถาม ซักค้าน ถามติง ขออนุญาตศาลถาม
ข้อ ๒๓. การชำระค่าอ้างเอกสาร
ข้อ ๒๔. คำแถลงการณ์
ข้อ ๒๕. การฟังคำพิพากษา
ข้อ ๒๖. การขอทุเลาการบังคับคดี
ข้อ ๒๗. การคัดคำพยาน
ข้อ ๒๘. วิเคราะห์คำพิพากษาก่อนอุทธรณ์
ข้อ ๒๙. ค่าใช้จ่ายในชั้นอุทธรณ์
ข้อ ๓๐. คำฟ้องอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์
ข้อ ๓๑. คำฟ้องฎีกา และคำแก้ฎีกา
ข้อ ๓๒. การออกคำบังคับ
ข้อ ๓๓. การออกหมายบังคับคดี และตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
ข้อ ๓๔. การยึดหรือการอายัดทรัพย์
ข้อ ๓๕. การขายทอดตลาด
ข้อ ๓๕. การร้องขัดทรัพย์
ข้อ ๓๗. การขอเฉลี่ยทรัพย์
ข้อ ๓๘. การขอกันส่วน
ข้อ ๓๙. การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
ข้อ ๔๐. การดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
                หัวข้อทั้งหมดที่ผมเขียนนี้เป็นขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่งของทนายความที่ต้องปฏิบัติและใช้นอกศาล ในศาลที่ควรต้องรู้ ผมจะอธิบายรายละเอียดเป็นข้อ ๆ ไป เพื่อความเข้าใจนะครับ แล้วเจอกัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กว่าจะเป็นทนายความหรือนักกฎหมาย

        เมื่อผมเรียนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแล้วไม่รู้ว่าจะใช้กฎหมายอย่างไร สิ่งที่ต้องทำต่อก็คือเรียนต่อที่สภาทนายความ หรือ เนติบัณฑิตยสภา เมื่อเข้าไปฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายก็รู้บ้างไม่รู้บ้างเพราะต้องเรียนรู้ ด้วยตนเองไม่มีใครมาบอกให้เราเข้าใจและถูกต้อง พอจบมาแล้วก็ใช้กฎหมายอย่างงู ๆ ปลา ๆ ไม่คล่อยตัว ขาดประสบการณ์และความรู้ในทางปฏิบัติ
       
ลองคิดดูซิว่าต้องใช้เวลาในการศึกษากฎหมายมากี่ปีถึงจะเป็นนักกฎหมายหรือ ทนายความที่มีความรู้ความสามารถได้ แต่พอมีความรู้มีความสามารถตลาดแรงงานก็รับเข้าทำงานน้อยทั้งงานราชการ และเอกชน และประกอบกับประชาชนไม่กล้าใช้สิทธิและหน้าที่ของตัวเองที่มีอยู่ปล่อยให้ เป็นเรื่องของเวรกรรม ทั้ง ๆ ที่ไอ้เวรกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นายทุน และผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย
        ดังนั้นถ้าความรูู้ที่ผมมีอยู่นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทนายความ หรือนักกฎหมาย หรือผู้ที่สนใจกฎหมาย หรือประชาชนโดยทั่วไปจะได้รับความกระจ่างทางความคิด และเข้าใจกฎหมายแล้ว ขอให้ใช้กฎหมายตั้งอยู่บนความยุติธรรมด้วย โปรดติดตามนะครับมีกฎหมายมากมายรอคุณอยู่  แล้วเจอกันใหม่
       

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สัญญากู้ยืมเงิน

                                                                  สัญญากู้
 
                                                                                                                         ทำที่……………………………..
                                                                ...............................                                                                                             วันที่……………………………

 
                       สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง………………………………….อยู่บ้านเลขที่……………..
ตรอก/ซอย………………………….ถนน………………………ตำบล/แขวง………………...
อำเภอ/เขต……………………จังหวัด……………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้กู้ฝ่ายหนึ่ง
ผู้กู้ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่……………………………..อออกให้ ณ……………………….
                      กับ…………………………………………………...อยู่บ้านเลขที่……………..
ตรอก/ซอย………………………….ถนน………………………ตำบล/แขวง………………...
อำเภอ/เขต…………………จังหวัด…………………...ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้ให้กู้ อีกฝ่ายหนึ่ง
                     ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันดังต่อไปนี้
 
                     ข้อ ๑. ผู้กู้ได้กู้เงินผู้ให้กู้ไปเป็นเงิน…………………บาท (……………………………...)
และผู้กู้ได้รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว และตกลงชำระเงินกู้คืนภายในวันที่…………………………….
                     ข้อ ๒. ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยกำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่………ของทุกเดือน
                     ข้อ ๓. ผู้กู้ได้นำโฉนดที่ดินเลขที่…………ตำบล/แขวง……………….อำเภอ/เขต…………...
จังหวัด…………………………มาไว้เป็นประกันการชำระหนี้กับผู้ให้กู้
                     ข้อ ๔. ผู้กู้ตกลงว่าถ้าผู้กู้ผิดนัดผิดสัญญานี้ข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีและผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้         บังคับชำระหนี้ได้ทันที ตลอดจนค่าดอกเบี้ยค้างชำระพร้อมทั้งยอนยอมชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ในการเรียกร้องทวงถาม                       รวมทั้งค่าทนายความและค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องร้องทั้งสิ้นให้แก่ผู้ให้กู้ด้วย
                     สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น……………….ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจ            ข้อความแห่งสัญญานี้โดยตลอดแล้ว เห็นว่าตรงตามเจตนารมณ์ทุกประการจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและ            ต่างยึดถือไว้คนละฉบับ

ลงชื่อ………………….............................ผู้กู้         ลงชื่อ……………………………….ผู้ให้กู้
        (…………………………..........…………)                     (………………………………)

ลงชื่อ…………………………………….พยาน    ลงชื่อ……………………………….พยาน
        (……………………………………)                     (………………………………)